<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ไม่ตอบหนุน&#039;บิ๊กป้อม&#039;นั่งหัวหน้าพรรค พปชร. หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและรักษาเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ ตอบคำถามกรณีจะสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค​ พปชร. เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ ว่า​ แล้วแต่ที่ประชุม ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมและหัวหน้าคนใหม่เหมือนกัน รวมทั้งเรื่องสัดส่วนกรรมการบริหารพรรคก็เป็นเรื่องต้องหารือกันอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการวางตัวกรรมการบริหารพรรคไว้แล้วหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตอบกลับว่า &amp;ldquo;เนี่ย ชอบคาดเดากันไปล่วงหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ารู้สึกถอดใจจากการเมืองหรือจะมีการไปตั้งกลุ่มใหม่หรือไม่ หากไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคแล้ว นายสนธิรัตน์ ตอบว่า อย่าเพิ่งคาดเดาหรือคิดไปล่วงหน้า &amp;ldquo;ขอให้เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ&amp;rdquo; ส่วนประเด็นที่มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนตนออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ตนยังไม่ได้คุยกับใคร และไม่ได้คุยว่าจะมีชื่อตนเองอยู่ในกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าการปรับกรรมการบริหารพรรคจะส่งผลต่อการปรับ ครม. หรือไม่ นายสนธิรัตน์ บอกว่าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี และอย่าเพิ่งไปคาดเดาล่วงหน้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68861</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ปรับครม., พลังประชารัฐ, เปลี่ยนหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5dc158c6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ไม่ให้ราคา&#039;สิระ&#039;หลังไล่พ้นชายคา พปชร. เร่งประเมินเอกภาพวิปรัฐบาล หลังส.ส. พรรครัฐบาลแหกคอก ดันตั้งกมธ.ตรวจสอบใช้งบเงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.กระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ออกมาขับไล่ออกจากพรรคและความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ว่า ตนไม่ให้ความหมายให้น้ำหนักเพื่อที่จะตอบโต้ จริงๆควรพูดคุยกันภายใน ไม่ควรมาออกสื่อ และไม่ถือสาในเรื่องดังกล่าวอย่านำคำพูดบางคำมาเป็นประเด็น &amp;quot; สิระก็คือคุณสิระ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ช่วยกันระงับความเห็นต่าง ส่วนจะส่งผลกระทบต่อพรรคในระยะยาวหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นธรรมชาติของการเมือง หากไม่มีการตอบโต้ทางสื่อ&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าในส่วนกรณีที่ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ลงชื่อตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบพ.ร.ก.กู้เงิน1.9ล้านล้านบาท นั้น วิปรัฐบาลต้องเร่งหารือและหาข้อยุติ แต่ตอนนี้คงยังไม่ส่งผลต่อเอกภาพของวิปรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามความเห็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญถือว่าเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ได้ โดยต้องเร่งประเมิน ทำอย่างไรสร้างความเข้มแข็งให้กับวิปรัฐบาลและให้การทำงานของรัฐบาลราบรื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธุรกิจพลังงาน, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3ab0fe9ba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 06:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 06:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเแผน&#039;สุริยะ-ธรรมนัส&#039;เปลี่ยนใจหนุน&#039;บิ๊กป้อม&#039;นั่งหัวหน้าพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63 - จากกรณีสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กลับมาป่วนอีกรอบ เมื่อความพยายามเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจากนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง มาเป็นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค กลับมามีกระแสข่าวอีกครั้ง เมื่อมีข่าวสามารถรวบรวมกรรมการบริหารพรรคได้เกินกรึ่งหนึ่งแล้วในการยื่นลาออกเพื่อนำไปสู่การเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยได้จากกลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ค.มีรายงานจากพรรค พปชร.ว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มีกระแสข่าวจะเปลี่ยนตัวเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้เคยมีชื่อของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ จะมาเป็นเลขาธิการพรรค โดยมีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาเป็นหัวหน้าพรรค รวมถึงนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท มีชื่อเป็นแคนดิเดตอีกคน ล่าสุด ปรากฎชื่อของนายสุริยะ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังและส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มเข้ามาเป็นแคนดิเดต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คนที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษ คือนายอนุชา และนายสันติ โดยนายอนุชา ที่ในระยะหลังทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร อย่างมากในฐานะรองประธานยุทธศาสตร์พรรค และยังเป็นคนสนิทของแกนนำกลุ่มสามมิตร กับทั้งนายสุริยะ และสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว. ยุติธรรม ขณะที่นายสันติ ถือเป็นอีกคนที่มีรายงานว่าจะได้รับการผลักดันด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและความเหมาะสมหลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีถูกจับตามองเช่นกัน กรณีกลุ่มสามมิตรนำโดยนายสุริยะและกลุ่มร.อ.ธรรมนัส เปลี่ยนใจร่วมสนับสนุนพล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นการคาดว่า เป็นเรื่องของการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะเก้าอี้รมว.พลังงาน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนนายสุริยะและร.อ.ธรรมนัส ว่าได้เซ็นชื่อในใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรคและส่งให้พล.อ.ประวิตรแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้มี 3 กลุ่มต้องการหวังผลกับการเปลี่ยนแปลงในพรรค ได้แก่ นายสุริยะ, ร.อ.ธรรมนัสไปที่ผนึกกำลังกับนายสนธิรัตน์ ไม่ปล่อยเก้าอี้นี้ และนายณัฏฐพล ที่ได้รับการหนุนจากทุนใหญ่กลุ่มพลังงาน ซึ่งหากนายสุริยะไม่ได้อาจเปลี่ยนไม่หนุนใจ พล.อ.ประวิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท้ายสุดแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายกฯตัดสินใจ หากให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค นายอุตตมเองก็ต้องยอมลาออกรวมไปถึงตำแหน่งรมว.คลัง หากถึงตรงนั้นมีการมองกันในส่วนของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ถือเป็นหัวหน้าทีม อาจใช้จังหวะนั้นของพักแบบจากกันด้วยดี ที่อาจรวมไปถึงนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebdd60fe0b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;3กุมาร&#039;หม่ำโจ๊กกับ&#039;สมคิด&#039;ก่อนประชุมครม.ประสานเสียงไม่ได้คุยเรื่องรอยร้าวในพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานเลขาธิการพรรค และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา​ วิจัย​ และนวัตกรรม​ เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี​โดยได้รับประทานโจ๊กร่วมกันพร้อมหารือเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะเดินไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ตึกสันติไมตรี โดยหารือกันเกือบ 2 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม เปิดเผยว่า เป็นการมาหารือเรื่องงาน สำหรับปัญหาในพรรคนั้นได้พูดและให้ข่าวไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเพิ่มเติม วันนี้ไม่ขอพูดอะไรเรื่องนี้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;กล่าวถึงปัญหาในพรรคมีการเคลียร์กันเรียบร้อยหรือยังว่า เคลียร์เรื่องอะไรก็คุยกันหมดแล้ว ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว ขอให้ไปถามหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นัดเคลียร์ปัญหารอยร้าวในพรรคเรียบร้อยแล้วโดยมีทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และตนอยู่ด้วยว่า ไม่ได้คุยอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ตกลงการปรับครม.ยังไม่มีใช่หรือไม่ในช่วงนี้ นายสมคิด กล่าวว่า ไม่รู้ๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65690</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 กุมาร, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ดร.อุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba12992e5ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบเกาเหลาพปชร.!นายกฯเรียก&#039;อุตตม-สนธิรัตน์&#039;เข้าพบสั่งทำงานเต็มที่อย่าให้มีเรื่องอื่นแทรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63-ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้นและเดินกลับตึกไทยคู่ฟ้า ได้เรียกนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค พปชร.เข้าพบ เพื่อรายงานการทำงาน รวมถึงสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรคโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอุตตมให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบว่า ในการพูดคุยมีทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องการเมือง ท่านได้ให้กำลังใจและชี้แนะว่า เรื่องของพรรคน่าจะเรียบร้อยได้ด้วยการหารือ ตนและนายสนธิรัตน์จะทำตามนั้น นายกฯยังระบุด้วยว่าในงานที่ทำอยู่ขณะนี้ให้ทำต่อไป ทำด้านไหนอยู่ก็ทำด้านนั้นต่อไป เวลานี้เป็นเวลาทำงาน ไม่อยากให้มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้งตำแหน่งใน ครม.และในพรรคใช่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ครับ &amp;quot;นายกฯชี้แนะให้กำลังใจ ให้ทำงานไปให้เต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถือเป็นการเรียกเคลียร์ใจหรือไม่ รมว.คลังตอบว่า การพูดคุยมีทั้งเรื่องงานและเรื่องการเมือง เมื่อเราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ต้องมีเรื่องการเมืองบ้าง จึงถือโอกาสได้เรียนหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มั่นใจมากขึ้นหรือไม่ว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะมั่นคง นายอุตตมกล่าวว่า ตนและนายสนธิรัตน์ทำเต็มที่ ถ้าจะให้มั่นใจก็มั่นใจว่าเราทุ่มเต็มร้อย นายกฯก็บอกว่าให้ทำเต็มที่ ส่วนจะมีการปรับ ครม.ในช่วงนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ได้ถามและนายกฯไม่ได้พูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า นอกจากคุยกับนายกฯแล้ว ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.หรือยัง นายอุตตม กล่าวว่า ตนและนายสนธิรัตน์ให้ความเคารพ พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว และจะไปเข้าพบ พล.อ.ประวิตรเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไร เรื่องการเมืองเราพูดคุยกันได้ สุดท้ายจะได้ข้อสรุป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เร็วๆนี้คงมีโอกาสได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตร ไม่มีอะไร ส่วนสถานการณ์ในพรรคนายกฯระบุว่าทุกอย่างยุติแล้ว ก็ไม่มีอะไร อย่าไปมองว่ามีอะไร ซึ่งมันไม่มี ทุกอย่างยุติ ทุกคนมุ่งหน้าทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯย้ำว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งใดๆในช่วงนี้ นายกฯอยากให้มีการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในพรรค เพื่อจะทำงานกันได้&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะย้อนกลับไปดูสาเหตุความวุ่นวายแล้วจะกลับไปแก้หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ความเห็นต่างๆ ก็ไปพูดคุยกัน คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุย และคิดว่าพรรคอื่นเขามีปัญหามากกว่าเราอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการตั้งกลุ่มไลน์ ส.ส.พรรค พปชร.ใหม่ที่จะเชิญหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และพล.อ.ประวิตร เข้าไปอยู่ด้วย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เขาตั้งกันแล้วและบอกว่าจะเชิญตน และหัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญแต่อย่างใด และทราบว่าจะเชิญ พล.อ.ประวิตรด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าเชิญหรือยัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้ง, ดร.อุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb121da8acac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;แจงครม.มีมติรับทราบมาตรการช่วยค่าไฟบ้าน 22 ล้านราย ใช้งบฯ 23,688 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีประเด็นการพิจารณามาตรการเยียวยาการลดภาระค่าไฟฟ้า ระหว่างเดือนมี.ค. - พ.ค. วงเงิน 23,688 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าในกลุ่มของไฟบ้านที่ใช้ในครัวเรือนอย่างถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตของประชาชน ที่ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยการทำงานที่บ้าน ตลอดจนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และทั้ง 3 การไฟฟ้า ที่ร่วมกันหารือเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้นจะเป็นการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 22 ล้านราย ได้ประมาณการว่ามาตรการดังกล่าว จะต้องใช้งบประมาณ 23,688 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่า จะต้องมีการทำการบ้านพิจารณาหามาตรการมารองรับเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบต่อไป ส่วนภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบก็เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ หรือแจ้งตรงมายังตนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ศึกษาปัญหาและอุปสรรค ก่อนจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; รมว.พลังงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการเยียวยาค่าไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา มี 2 กลุ่ม คือ 1. มิเตอร์ไฟขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ จะได้ใช้ฟรี 150 หน่วย หากเกินก็จะได้รับการดูแลให้ใช้ฟรีเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มนี้จะใช้ไม่เกินปริมาณ 150 หน่วยเป็นปกติ และถือว่าใช้ไฟน้อย 2. มิเตอร์ไฟขนาดเกิน 5 แอมป์ จะมีข้อกำหนดคือ หากใช้มากกว่าเดือน ก.พ. แต่ไม่เกิน 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. แต่หากใช้เกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนที่เกิน ซึ่งได้รับส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์ และหากใช้เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนเกิน ซึ่งได้รับส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยการลดหย่อนดังกล่าวจะมีการคืนค่าใช้จ่ายให้ในรอบบิลถัดไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, รมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dac3f2462e26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ชี้โควิดกระทบหนักใช้พลังงานลดลงทุกด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 2563 - นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่มีต่อภาคพลังงานพบว่าในระยะสั้นส่งผลต่อความต้องการใช้พลังงานลดลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการที่จำกัดการเดินทาง การกำหนดระยะห่างทางสังคม และการระงับการโดยสารทางอากาศ ส่วนผลกระทบในระยะกลาง จะทำให้ความต้องการพลังงานลดลงตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้า

ซึ่งภาพรวมการใช้ไฟฟ้า ในช่วงเดือน ม.ค.- 13 เม.ย. 2563 มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นเพียง 1.55% และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2563 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลง 0.69% เมื่อเทียบกับปี 2562 คือเหลือเพียง 196,873 ล้านหน่วย จากเดิมที่คาดว่าอยู่ที่ 197,873 ล้านหน่วย และความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือพีคไฟฟ้าจะลดลง 2.9% เหลือเพียง 29,957 เมกะวัตต์ จากเดิมที่คาดว่าจะพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 30,853 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามความสามารถของกำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ในช่วงสถานการณ์ภัยแล้งยังสามารถดำเนินการได้โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้า

ขณะที่ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ความต้องการใช้ช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2563 มีแนวโน้มลดลง โดยการใช้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 30.5 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปี 2562 ซึ่งเมื่อเทียบการใช้ในเดือน เม.ย. 63 อยู่ที่ 23.1 ล้านลิตรต่อวัน กับ มี.ค.2563 ซึ่งอยู่ที่ 28.0 ล้านลิตรต่อวันมีปริมาณลดลงถึง 17.5%
ส่วนน้ำมันดีเซลแม้ว่าช่วงไตรมาสแรกปีนี้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้วคืออยู่ที่ประมาณ 64.4 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อเทียบการใช้เดือนเม.ย.ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 56.1 ล้านลิตรต่อวันกับเดือนมี.ค.ก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 64.0 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการใช้ดีเซลก็ลดลงถึง 12.3%

สำหรับก๊าซธรรมชาติ ความต้องการใช้ช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2563 อยู่ระดับคงที่ประมาณ 4,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทั้งนี้ คาดว่าตั้งแต่ เม.ย. จนถึงสิ้นปี 2563 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเมื่อเทียบกับแผนเดิมจะมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยประมาณ 557 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือลดลง 12% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในตลาดโลก ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ลดลงส่วนใหญ่คาดว่าจะมาจากความต้องการใช้ที่ลดลงของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (GSP) ที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ยที่ 254 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรม ที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ยที่ 152 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และภาคไฟฟ้า ที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ยที่ 126 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน


&amp;ldquo;กระทรวงพลังงานทำงานอย่างหนัก ไม่เคยหยุดนิ่งเลย รวมทั้งระดมทุกเครื่องมือในการต่อสู้กับโควิด-19ร่วมกับรัฐบาลและประชาชนคนไทยทั้งประเทศ นอกจากจะดูแลสถานการณ์ด้านพลังงานอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบใดๆ กับพี่น้องประชาชนแล้ว เรายังได้สั่งการให้ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเตรียมงานและมาตรการต่างๆ ออกมารองรับและช่วยเหลือประชาชนในด้านพลังงานในทุกมิติ และทุกแง่มุมซึ่งจะทำทั้งในช่วงเวลานี้และในช่วงหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 จบสิ้นลงแล้ว โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9ab145e85f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
